ชื่อเรื่อง ผลของน้ำหมักใบหูกวางต่อการหายของแผลตอนในลูกสุกร
ผู้วิจัย 1. น.ส.กันยา ยันยง
2. น.ส.เพชรไพลิน สุขเสงี่ยม
อาจารย์ที่ปรึกษา 1. น.สพ.พิเชษฐ ประจงทัศน์
2. น.ส.ระพีพร แพงไพรี
ประโยชน์จากผลการศึกษา
1. เพื่อศึกษาผลของน้ำหมักจากใบหูกวางแห้งต่อการหายของแผลสุกรเมื่อเทียบกับการใช้ทิงเจอร์ไอโอดีน
2. เป็นแนวทางการนำสิ่งเหลือใช้จากธรรมชาติมาทำให้เกิดประโยชน์ในทางการเกษตร
3. ส่งเสริมการปศุสัตว์ทางเลือกที่หลีกเหลี่ยงการใช้สารเคมี
บทคัดย่อ
การศึกษาผลของนำหมักใบหูกวางต่อการหายของแผลตอนใน ลูกสุกร มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของใบหูกวางในการรักษาแผล โดยเปรียบเทียบกับทิงเจอร์ไอโอดีน แบ่งเป็น 2 สิ่งทดลองๆละ 100 ตัว รวมจำนวนลูกสุกรเพศผู้ 200 ตัว วิธีการทดลองโดยฉีดพ่นทิงเจอร์ไอโอดีน (สิ่งทดลองที่ 1 ) และน้ำหมักใบหูกวาง ( สิ่งทดลองที่ 2 ) ตัวละ3มิลลิลิตร 1 ครั้ง หลังการตอน รอบันทึกผลจำนวนวันการหายของแผล นำผลที่ได้มาวิเคราะห์ผลแบบเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยแบบคู่ Paired T-test ( Comparison T-test ) วิเคราะห์การกระจายค่า C.V. สัมประสิทธิ์ความแปรผัน ผลการศึกษาพบว่าทิงเจอร์ไอโอดีนมีค่าเฉลี่ย 6.6 วัน ซึ่งหายช้ากว่าน้ำหมักใบหูกวางที่ให้ค่าเฉลี่ย 5.75 วัน ผลการเปรียบเทียบค่าคู่เลี่ย พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 19.92 ที่ความเชื่อมั่น 95% และมีค่าสัมประสิทธิ์ความแปรผัน 17.6 แสดงให้เห็นว่าน้ำหมักจากใบหูกวางแห้งสามารถทดแทนการใช้ทิงเจอร์ได้ดี
วันพฤหัสบดีที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2555
เปรียบเทียบผลการใช้ตำลึง น้ำจากใบยาสูบ และยาถ่ายพยาธิลีวามิโซลในการถ่ายพยาธิตาไก่พื้นเมือง
บทคัดย่อ
น.ส. กิติพร พุมมา
น.ส.ปรัชญา เสาร์สิงห์
น.ส.สุณิสา ทองศรี
น.ศ.สาขาวิชาสัตวรักษ์ ปีการศึกษา 2554
นายจรูญ นาคพันธุ์
น.สพ.พิเชษฐ ประจงทัศน์
น.ส.ระพีพร แพงไพรี
อาจารย์แผนกวิชาสัตวศาสตร์ สาขาวิชาสัตวรักษ์
การศึกษาเรื่องการเปรียบเทียบผลการใช้ตำลึง น้ำจากใบยาสูบ และยาถ่ายพยาธิลีวามิโซลไฮโดรคลอไรด์ มีวัตถุประสค์เพื่อศึกษาผลของยางตำลึง ยอดตำลึง น้ำจากใบยาสูบ และยาถ่ายพยาธิลีวามิโซลไฮโดรคลอไรด์ ในการถ่ายพยาธิตาไก่พื้นเมือง และเป็นทางเลือกใหม่ของเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมือง โดยการแบ่งการทดลองเป็น 4 สิ่งทดลองๆละ3ซ้ำ จำนวน 36 ตัว การเตรียมสิ่งทดลองที่ 1 (เถาตำลึง) สิ่งทดลองที 2 ( ยอดตำลึง )ล้างทำความสะอาด สิ่งทดลองที่ 3 ( น้ำจากใบยาสูบ ) ยาสูบแช่น้ำนาน 10 นาที ในอัตราส่วนยาสูบ 20 กรัมต่อน้ำ 150 มิลลิลิตร และสิ่งทดลองที่ 4 ( ยาถ่ายพยาธิลีวามิโซลไฮโดรคลอไรด์ ) ผสมกับน้ำกลั่นในอัตราส่วน 1:1 นำสิ่งทดลองทั้ง 4 มาหยอดตาไก่อย่างละหยด ใช้สำลีพันก้านเขี่ยพยาธิออกจากตาไก่ โดยนำข้อมูลปริมาณการถ่ายพยาธิตาไก่มาหาค่าความแปรปรวน ( Analysis of Variance : ANOVA ) เปรียนบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยด้วยวิธี Least Significant Differrent ) ผลการศึกษาพบว่าตำลึงมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับน้ำจากใบยาสูบ และยาถ่ายพยาธิลีวามิโซลไฮโดรคลอไรด์ ที่ตำลึงไม่สามารถถ่ายพยาธิตาไก่ได้ซึ่งขัดแย้งกับวสันต์ ( 2544 ) เพราะยางในเถาตำลึงและยอดตำลึงรักษาได้เพียงโรคตาในไก่ แต่น้ำจากใบยาสูบมีความแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญกับยาถ่ายพยาธิลีวามิโซลไฮโดรคลอไรด์
ที่ p มากกว่า 0.05 สามารถถ่ายพยาธิตาไก่ได้ ในการใช้ยาสูบไม่ควรเกิน 20 กรัมต่อน้ำ 150 มิลลิลิตร ในเวลาไม่เกิน 5 นาที
น.ส.ปรัชญา เสาร์สิงห์
น.ส.สุณิสา ทองศรี
น.ศ.สาขาวิชาสัตวรักษ์ ปีการศึกษา 2554
นายจรูญ นาคพันธุ์
น.สพ.พิเชษฐ ประจงทัศน์
น.ส.ระพีพร แพงไพรี
อาจารย์แผนกวิชาสัตวศาสตร์ สาขาวิชาสัตวรักษ์
วันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2555
วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2555
Course Structure of Diploma Animal Health Science
Course Structure
Diploma of Animal Health Science ( Veterinary Nurse ) at Ratchaburi College of Agriculture and Technology : The 2012 Vocational Curriculum
For the fulfillment of the course, the graduates have to complete at least 86 credits, from the three groups of subjects below:
1. Basic subjects (at least ) 21 credits
1.1 General basic subjects 13 credits
1.2 Basic vocational subjects (at least) 8 credits
2. Vocational subjects (at least) 59 credits
2.1 Basic Vocational subjects 15 credits
2.2 Major vocational subjects 25 credits
2.3 Minor vocational subjects (at least) 15 credits
2.4 Projects 4 credits
3. Free elective subjects (at least) 6 credits
4. Field work (at least) 1 semester
5. Activities (at least) 120 hours
Total( not less than) 86 credits
This course structure is for the graduates from vocational certificate in Agriculture or equivalent. In case of the graduates from grade 12 ( M6 ) they must study more subjects,as follows:
1. Principle of plant Science 2 credits
2. Principle of Animal Husbandry 2 credits
3. Introdudtion to Farm Mechanics 2 credits
วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2555
REMEMBRANCE FROM STEVE JOBS' S DEATH
" Remembering that I'II be dead soon is the most important tool I've encountered to help me make the big choice in life. Because almost everything, all external expectation, all pride, all fear of embarassment or failure - these things just fall away in the face of death, leaving only what is truly important. Rembering that you are going to die is the best way I know to avoid the trap of thinking you have something to lose. You are already naked. There is no reason not to follow your heart. "
STEVE JOBS
THE INNOVATOR OF THE WORLD
STEVE JOBS
THE INNOVATOR OF THE WORLD
วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2555
RATCHABURI VETNURSE CURRICULUM
THE VOCATIONAL DIPLOMA OF RATCHABURI VETNURSE CURRICULUM
RATIONALE
1. This curriculum aims to produce and develop specialized technicians based on the needs of both local and national labour market.
2. This curriculum provides a good chance for students to choose which subjects they want to study based on their apitudes, potential and interests, and to be able to assess and transfer ( for credit ) the knowledge and experince gained from academic resorces and work places.
3. This crriculum provides and opportunity for colleges, to conducts various ways of teaching and learning according to students and local needs.
4. This curriculum provides and opportunity for colleges, communities and local organization, both government and private sector, to take part in developing curriculum and managing education to suit local cmmunities needs and conditions
RATIONALE
1. This curriculum aims to produce and develop specialized technicians based on the needs of both local and national labour market.
2. This curriculum provides a good chance for students to choose which subjects they want to study based on their apitudes, potential and interests, and to be able to assess and transfer ( for credit ) the knowledge and experince gained from academic resorces and work places.
3. This crriculum provides and opportunity for colleges, to conducts various ways of teaching and learning according to students and local needs.
4. This curriculum provides and opportunity for colleges, communities and local organization, both government and private sector, to take part in developing curriculum and managing education to suit local cmmunities needs and conditions
การควบคุมเห็บโคเชิงบูรณาการตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง
การควบคุมเห็บโคเชิงบูรณาการภายใต้แนวคิด เศรษฐกิจพอเพียง
คำนำ
ปัจจุบันคนไทยเริ่มมีความเข้าใจในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมากขึ้นรู้จักนำแนวคิดไปปรับประยุกต์ใช้ ในกิจกรรมต่างๆทั้งด้านการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพต่างๆ การควบคุมเห็บโคเชิงบูรณาการภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง จัดเป็นนวัตกรรมใหม่ที่เกษตรกรสามารถนำไปปฏิบัติได้ด้วยตนเองอย่างง่าย ไม่สลับซับซ้อนแต่อย่างใด ไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ให้ใคร เป็นภูมิปัญญาไทยที่เกิดจากการสังเกต ค้นคว้า วิจัยต่อยอดจากข้อมูลทางวิชาการและภูมิปัญญาชาวบ้าน ตลอดจนได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเกษตรกรในพื้นที่ ทำให้เกิดแนวคิดเชิงบูรณาการในการจัดการเห็บโคไปตามสภาพปัญหา ณ ขณะนั้น จะไม่ยึดติดกับวิธีการใดวิธีการหนึ่งโดยเฉพาะ ทุกวิธีซึ่งให้ข้อเสนอแนะในหนังสือเล่มนี้สามารถลดปริมาณเห็บได้แน่นอน และไม่ต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอกมากจนเกินไป เกษตรกรทุกคนสามารถทำได้ด้วยตนเอง เป็นวิธีประหยัด เกิดประโยชน์ มีประสิทธิภาพบนพื้นฐานภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานให้แก่ปวงชนชาวไทยทุกคน ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหาทางอาชีพเกษตรกรรมได้อย่างยั่งยืน
การควบคุมเห็บโคเชิงบูรณาการ ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง เป็นการจัดการอย่างหนึ่งที่ต้องรู้จักเลือกใช้วิธีการใดวิธีการหนึ่ง หรือหลากหลายวิธีการผสมผสานกัน ทั้งนี้ขึ้นกับความเหมาะสมตามสถานการณ์ในขณะนั้น ไม่มีสูตรสำเร็จอย่างใดอย่างหนึ่ง หากใช้การจัดการแปลงหญ้า หรือเพียงแค่ใช้วิธีกลแล้วสามารถควบคุมเห็บได้ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำหมักจากสมุนไพร หรืนำหมักเศษผลไม้ น้ำหมักเหล่านี้เป็นผลิตภัณฑ์ทางธรรมชาติที่คิดค้นขึ้นมา เพื่อทดแทนสารเคมีได้บ้างบางส่วนเท่านั้นแต่หาใช่คำตอบในการควบคุมเห็บโคไม่ โดยทั้งหมดทั้งมวลต้องใช้ทุกอย่าง ทุกวิธีด้วยสติปัญญา ด้วยเหตุผล ยึดหลักประหยัดถูกต้องตามหลักวิชาการ มองผลของการปฏิบัติเข้าทำนอง “ คุ้มค่า ” มากกว่า “ คุ้มทุน ”
สรุป การควบคุมเห็บโคเชิงบูรณาการภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมีประเด็นและวิธีการต่างๆดังนี้
1. การตระหนักถึงอันตรายที่เกิดจากเห็บโค
2. การเข้าใจถึงวงจรชีวิตและการแพร่พันธุ์ของเห็บโค
3. การใช้วิธีกลกำจัดเห็บโค เช่น ให้นกหรือไก่พื้นเมืองจิกกิน การเก็บกำจัดเห็บจากตัวโค
4. การใช้สมุนไพรพื้นบ้านนำมาสกัดด้วยแอลกอฮอล์ เช่น เมล็ดน้อยหน่า ตะไคร้หอม เป็นต้น
5. การนำเศษผลไม้มาหมักเพื่อให้เกิดกรดอินทรีย์นำไปเช็ดผิวหนังโคที่มีเห็บ
6. การคำนึงถึงการปล่อยโคลงแทะเล็มหญ้าในแปลงที่มีตัวอ่อนเห็บระบาด ควรหลีกเลี่ยงด้วยการตัดหญ้ามาให้โคกิน
7. ไม่ควรเลี้ยงโคมากเกินความสามารถในการจัดการ
การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับประเทศของเรานั้นพระองค์พระราชทานแนวคิดที่น่าสนใจดังนี้ “..........การใช้เทคโนโลยีอันทันสมัยในงานต่างๆนั้น ว่าโดยหลักการควรจะให้ผลมากในเรื่องประสิทธิภาพ การประหยัด และการทุ่นแรง แต่อย่างไรก็ตาม คงยังต้องคำนึงถึงสิ่งอื่นอันเป็นพื้นฐาน และส่วนประกอบของการงานที่ทำด้วย อย่างในประเทศของเรา ประชาชนทำมาหาเลี้ยงตัวด้วยการกสิกรรม และการลงแรงทำงานเป็นพื้น การใช้เทคโนโลยีอย่างใหญ่โตเต็มรูปหรือเต็มขนาดในงาน อาชีพหลักของประเทศย่อมมีปัญหา เช่น อาจทำให้ต้องลงทุนมากมายสิ้นเปลืองเกินกว่าเหตุ หรืออาจก่อให้เกิดการว่างงานอย่างรุนแรงขึ้น เป็นต้น ผลที่เกิดจะพลาดเป้าหมายไป ห่างไกลและกลับกลายเป็นผลเสีย ดังนั้นจึงต้องมีความระมัดระวังในการใช้เทคโนโลยีที่ปฏิบัติงาน คือควรพยายามใช้ให้พอเหมาะพอดีแก่สภาวะของบ้านเมือง และการทำกินของราษฎร เพื่อให้เกิดประสิทธิผลด้วย เกิดความประหยัดอย่างแท้จริงด้วย..........”
บทความโดย น.สพ.พิเชษฐ ประจงทัศน์
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)